Make your own free website on Tripod.com
รายการสินค้า
การบรรทุกขนส่ง
สมาชิก
การชำระเงิน
รับสมัครงาน
ข่าวสาร
ติดต่อเรา
คำถามที่ถามบ่อย
โครงการ
Photo
Myanmar Font
เรื่องส่วนตัว
ไทย
Myanmar

เรื่องส่วนตัว

จากอาชีพทหาร สู่ อาชีพพ่อค้าปูเค็ม

หลังจากลาออกจากราชการเมื่อปี 2542 ชีวิตก็ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด การหันเหชีวิตมาเป็นเกษตรกร ทำสวนเกษตร เลี้ยงปลา กบ พ่อค้าขายข้าวแกง พ่อค้าผักกาดดอง ชาวประมง (ในประเทศพม่า) คอลัมนิสต์นสพ.ท้องถิ่น รับจ้างสอนคอมพิวเตอร์ รับจ้างเขียนหนังสือ รับจ้างพิมพ์งาน พนักงานบริษัทคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ สายตรงนายกฯชวน พนักงานบริษัทติดตามหนี้ จนกระทั่งมาลงเอยที่ พ่อค้าปูเค็ม

จุดเริ่มต้น เลี้ยงกบ ตลาดไท พ่อค้าปูเค็ม ตอนปิดพรมแดน
ถึงแพปู พ่อค้าผักกาดดอง เขียนหนังสือ พ่อค้าปูเค็ม ตอนเรือจม
ทหารพม่าถูกยิง เลี้ยงปลาดุก พนักงานบริษัทคอมพิวเตอร์ พ่อค้าปูเค็ม ตอนโจรสลัดปล้น
ปูเค็มจากทวายล็อตแรก ขายข้าวแกง บริษัทตามหนี้ พ่อค้าปูเค็ม ตอนปูตาย..คนแทบตาย
มาลาเรีย สายตรงนายกฯ ชวน พ่อค้าปูเค็ม ตอนไปมะริด พ่อค้าปูเค็ม ตอนช่วยราชการ



จุดเริ่มต้น

หลังจากลาออกจากราชการเมื่อปี 2542 ระหว่างนั้นเงินเบี้ยหวัดยังไม่ออก กว่าจะตกเบิกก็คงอีกหลายเดือน ในขณะที่ลูกเมียต้องกินต้องใช้ วิทยานิพนธ์ปริญญาโทคงต้องหยุดไว้ก่อน ชีวิตช่วงนั้นเหมือนตกอยู่ในห้วงเหวลึก หาทางออกไม่เจอ มีเพียงพ่อแม่ที่เป็นผู้นำทาง ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับตนเอง เคยได้ยินมาว่า ทหารถ้าออกจากราชการก็ต้องไปเป็นยามนั้น คงเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แม้ว่าจะมีความรู้มากมาย แต่ก็ไม่มีประสบการณ์ในโลกของธุรกิจ เคยแต่สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติ แต่คราวนี้จะสั่งใครก็ไม่ได้ ต้องลงมือทำเองทุกอย่าง...

เมื่อนึกไม่ออกว่าจะทำอาชีพอะไรก็หันมาทำสวนดีกว่า พ่อแม่มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก จ้างรถไถมาเตรียมพื้นที่ เพื่อลงไม้ผลชนิดต่างๆ เราสองคนผัวเมียช่วยกันปลูกมะพร้าวน้ำหอมนับร้อยต้น อากาศร้อนมาก ผมยืนมองดูเมียทำงานตอนที่ตัวเองนั่งพักเหนื่อยแล้ว รู้สึกสงสารและซาบซึ้งในน้ำใจของเมียที่ในยามยากเช่นนี้ ก็ไม่เคยปริปากบ่น เป็นกำลังใจให้ผัวมาโดยตลอด

ไม้ผลอื่นที่เราเพาะปลูกกันก็มี กล้วย มะม่วง ขนุน มะปราง ส้มโอ ลองกอง เงินลงทุนทั้งหมดพ่อแม่และน้องชายเป็นผู้สนับสนุน ผมรู้สึกไม่สบายใจเลย ที่ต้องให้พ่อแม่มารับภาระ ท่านคงไม่สบายใจที่ผมต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้ ถ้าผมรู้ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้ ผมคงไปหางานอื่นทำดีกว่า เพราะเงินลงทุนนั้นไม่ใช่น้อยๆ และกว่าไม้ผลจะให้ผลผลิตก็อีกนาน อย่างเร็วที่สุดก็คงเป็นกล้วยซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 8 เดือน แล้วช่วง 8 เดือนนี้ ผมจะเอาอะไรกิน ลูกผมจะได้เรียนหรือไม่ ผมเคยปรึกษากับเมียว่า จะย้ายลูกมาอยู่โรงเรียนวัดที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เมียผมปฏิเสธโดยอ้างถึงอนาคตของลูก ผมก็เห็นด้วยในเหตุผลนั้น

วันหนึ่งแม่ผมซึ่งมีกิจการค้าขายอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง ก็เสนอให้ผมไปทำการผลิตปูเค็มแล้วส่งมาให้แม่ขาย ผมก็ยินดี แต่ทว่า.. ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ทุกอย่างมีอุปสรรคขวากหนามทั้งสิ้น.. ผมเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปลงที่ย่างกุ้ง จากนั้นก็นั่งเครื่องบินต่อมาที่ทวาย มีลูกน้องของแม่คนหนึ่งที่แม่ส่งมาทำงานล่วงหน้าแล้ว ซึ่งเป็น "คนสองน้ำ" สามารถพูดได้สองภาษา ไทยและพม่าได้อย่างคล่องแคล่วมารับผมที่สนามบินทวาย เรื่องหนึ่งที่ผมเกิดความประทับใจเมื่อมาพม่าก็คือ เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินให้การต้อนรับ มีความสุภาพและให้เกียรติคนไทยมาก "น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี" ผมคิดในใจ...

คืนนั้นผมพักในตัวเมืองทวาย ลูกน้องผมยืมมอเตอร์ไซค์เพื่อนพาผมไปเที่ยวเมืองทวาย ซึ่งเป็นท่าเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของพม่า ผมประหลาดใจและต้องปรับตัวกับการใช้ถนนเลนขวาซึ่งคงเป็นแบบอังกฤษ ระหว่างทางที่ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปนั้น ก็สังเกตเห็นธุรกิจที่มีอยู่ทั่วไปคือ รถม้า (คล้ายรถม้าลำปาง) ร้านขายหมาก และร้านรับชาร์ตแบตเตอรี่ ซึ่งผมก็คิดตามไปว่า คงเป็นเพราะทวายยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทุกบ้านจึงมีแบตเตอรี่เพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน บางบ้านที่มีฐานะก็อาจมีเครื่องปั่นไฟส่วนตัว ตกเย็นกินอาหารที่ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งพ่อครัวเคยมาทำงานในไทย ที่สำคัญทำอาหารไทยได้ รสชาดไม่เลว แม้ว่าจะมีน้ำมันมากไปสักนิด..

 

ถึงแพปู


วันรุ่งขึ้นก็นั่งรถโดยสารประจำทางต่อไปยัง "กาเบ๊า" พื้นที่จับปูแสม อีก 100 กม.เศษ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากบริษัท UNOCAL (บริษัทฝรั่งที่รับสัมปทานด้านพลังงาน) ถนนหนทางพอใช้ได้ รถวิ่งสวนกันต้องระวังนิดนึง โดยเฉพาะถ้าเป็นรถเล็ก ต้องหลบข้างทาง ให้รถใหญ่วิ่งผ่านไปก่อน..

ระหว่างทางมีด่านทหารเป็นระยะ เข้าใจว่าทางรัฐบาลคงต้องวางกำลังไว้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ผมสังเกตุเห็นทหารนายหนึ่ง อายุไม่น่าจะเกิน 15 ปีเท่านั้น.. นอกจากนั้นยังชาวบ้านแต่งชุดขาว มีพระสงฆ์ และเณรน้อย ตั้งขบวนเดินทางไปตามถนน คงจะเป็นการบอกบุญ หรือให้ชาวบ้านที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ อยู่ตลอดเส้นทาง เพื่อนชาวพม่าเล่าว่า วันสำคัญทางศาสนาพุทธรวมถึงวันพระนั้น เป็นวันหยุดราชการ ซึ่งก็น่าจะจริงเพราะตามวัดนั้น มักมีพุทธศาสนิกชนมาสวดมนต์ ไหว้พระเป็นจำนวนมาก ผมคิดว่าถ้าชาวไทยส่วนใหญ่ มีวัตรปฏิบัติเช่นนี้ คงจะลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ได้ไม่น้อย...

เมื่อเดินทางเมือง "กาเบ๊า" เราลงแวะกินข้าวกลางวันกัน ต่อจากนั้นเดินสำรวจตัวเมือง ซึ่งเป็นเมืองในชนบทเล็กๆ มีโรงพยาบาลขนาดเล็ก มีศูนย์โทรศัพท์ที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ต่อให้ ชาวบ้านหลายคนพูดไทยได้ เนื่องจากเคยทำงานไนไทย และหลายคนก็มีแผนที่จะเดินทางมาทำงานในไทยด้วย ผมเลยคิดขึ้นได้ว่าระหว่างที่ผมค้างคืนในทวายนั้น ผมสังเกตุเห็นเรือโดยสารที่เดินทางไปยังเกาะสอง ที่อยู่ห่างจากระนองเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น มีผู้โดยสารเต็มลำ ซึ่งจริงๆแล้วควรจะเรียกว่าล้นลำมากกว่า และเรือจะออกทุกสองหรือสามวันผมไม่แน่ใจ... ตรงจุดนี้ ผมนึกถึงการประชุม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจสี่ฝ่าย เขมร ลาว พม่าและไทย ที่จัดขึ้นในพม่าเมื่อ 11-12 พ.ย.46 ปีที่แล้ว ขึ้นมาจับใจ และขอเอาใจช่วยให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ...

จาก "กาเบ๊า" ผมเช่ารถบรรทุกที่มีลักษณะคล้าย "รถสกายแลป" ของไทยเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตั้งแพปู ซึ่งห่างตัวเมืองประมาณ 5 กม. เมื่อถึงที่หมายชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้ออกมาดู "คนไทย " ที่ตัวสูงใหญ่.. บางคนซุบซิบกัน มีลูกน้องประจำแพชาวพม่าคนหนึ่ง เดินเข้ามาช่วยถือกระเป๋าสัมภาระ เข้าห้องพักที่แบ่งซอยย่อยไม่มีประตูในแพปู ซึ่งมีลักษณะเป็นเรือนโรงไม้หลังคามุงจาก ดูๆไปแล้วคล้ายกับโรงนอนทหารที่ผมคุ้นเคย นอนเตียงใครเตียงมัน หันเท้าเข้าหากัน มีทางเดินตรงกลาง...

น้ำจืดที่นี่รสชาดแปร่งๆ คงเป็นเพราะบ่อบาดาลที่อยู่ใกล้กับทะเลมากเกินไป เนื่องจากเป็นหมู่บ้านเล็กๆ จึงมีร้านค้าไม่มากนัก น้ำปลายังไม่มีขาย ใช้เกลือที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตปูเค็มแทนน้ำปลา และใช้ "ส้มซ่า" แทนมะนาว รสชาดบอกไม่ถูกผู้อ่านคงต้องลองชิมเอง ดังนั้นอาหารมื้อแรกของผมที่แพปูนั้นจึงเป็นข้าวไข่เจียว ส่วนของหวานโชคดีหน่อยที่เป็นกล้วยหอม ตกเย็นผมต้องไปรายงานตัวกับผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากเป็นระเบียบที่ชาวต่างชาติต้องปฏิบัติเมื่อเดินทางไปค้างคืนในที่ต่างๆ

ผู้ใหญ่บ้านที่นี่ดูเป็นมิตร อัธยาศัยดี สุภาพ และให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ผมเรียกตามลูกน้องว่า "ผู้ญี่" เราคุยกันท่ามกลางแสงเทียน และตะเกียง อย่างออกรส มีลูกน้องจับปูคนหนึ่งเคยเป็นนักศึกษา พูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว แม้สำเนียงจะแปร่งไปบ้าง แต่พอจะสื่อสารกันรู้เรื่อง คืนนั้นผมเลยได้ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคุ้มค่า จากที่ได้เรียนมานับสิบปี (ไม่ค่อยได้ใช้)

ผมเข้านอนประมาณสามทุ่ม ถ้าเทียบกับเวลาในไทยก็สามทุ่มครึ่ง ขณะหลับตาในมุ้งพลางคิดไปว่า วันพรุ่งนี้จะมีอะไรน่าติดตามอีกหนอ.. ภาพลูกสาว ลูกชาย และเมียลอยขึ้นมาในห้วงความคิดโดยอัตโนมัติ ป่านนี้ลูกเมียเข้านอนแล้วหรือยังหนอ.. กำลังทำอะไรอยู่ ลูกสาวเดินเตาะแตะ ลูกชายกำลังคลานต้วมเตี้ยม เมียรักต้องรับภาระหนัก ดูแลลูกน้อยทั้งสองคน ผมภาวนาคุณพระคุณเจ้าช่วยปกป้องสามคนแม่ลูกให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง...

ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา กระทบหลังคาจากเบาๆ ละอองฝนเล็ดลอดเข้ามาในเรือนโรง กระทบหลังคามุ้งพอรู้สึกถึงความเย็น กบเริ่มส่งเสียงร้องไกลๆ มันคงดีใจที่จะได้ออกหากิน หลังจากที่ได้จำศีลมานาน เสียงเรือประมงครางเบาๆ พอได้ยิน ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวประมง มักทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวในเวลากลางคืน คนจับปูของผมอยู่ในเรือลำที่ผมได้ยินหรือเปล่านะ .. พวกเขาเหล่านั้นกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน.. ชื่อเกาะอะไร.. วันพรุ่งนี้จะได้ปูกี่กิโล...

คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเผลอหลับไป จนกระทั่งใกล้รุ่งมีเสียงพูดคุยกันด้านนอก ปลุกผมให้ลุกขึ้นจากที่นอน เมื่อออกไปดูพบว่าลูกน้องจับปู ค่อยๆ ทยอยกันมาส่งปูแสมเป็นๆ (ปูสด) กับเสมียนที่ทำหน้าที่ชั่งและจดน้ำหนักปูสดที่ได้ เครื่องชั่งที่นี่เป็นแบบโบราณ มีลักษณะเป็นแขนสองข้าง คล้ายสัญญลักษณ์กระทรวงยุติธรรมของไทยเรา ผมลองคำนวณคนงานจับปูนั้น จะมีความสามารถจับปูสดได้คืนละประมาณ 5 บีซ่า หรือ 8 ก.ก. (1 บีซ่า = 1.6 กก.) คิดง่ายๆ คือคนงานจับปู จับปูได้คนละ 1 ปีบนั่นเอง

ผมยืนคุมคนงานสักพักหนึ่ง ได้ยินเสียงร้อง "อู๊ด..อู๊ด.." ผมหันไปดูตามเสียงู ... หมู จริงๆครับ 2 ตัว ตัวใหญ่มาก น้ำหนักน่าจะเกินร้อยกิโล วิ่งเข้ามาในแพปู พร้อมกับ "เขมือบ" ปูสด ที่คนงานคัดทิ้งไว้ข้างโต๊ะคัดปู คนงานเล่าให้ฟังว่า ต้องคอยระวังให้ดี หมูมักเข้ามาขโมยกินปูอยู่บ่อยๆ ชาวบ้านมักเลี้ยงหมูแบบปล่อยตามธรรมชาติ รูปร่างไม่น่ากินเล้ย...

สุขอนามัยที่นี่ไม่ค่อยดีนัก ส้วมเป็นแบบหลุม ใช้ครั้งแรกรู้สึกอุจาด และคลื่นไส้ แต่พอใช้ทุกวันก็ชินไปเองครับ เรื่องส้วมนี้เมื่อผมมาพม่าครั้งต่อมาที่มะริด ซึ่งเมืองเพิ่งถูกไฟใหม้ไป ชาวบ้านมักนิยมสร้างส้วมหลุม แม้ในเมืองใหญ่ แมลงวันเยอะมาก ตอมหัวหูปัดกันพัลวัน น่ารำคาญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากินข้าว น่าเกลียดมาก ผมเดินผ่านบ้านชาวบ้านมักจะได้กลิ่นส้วมโชยมาอยู่เสมอๆ ผมท้องเสียอยู่เกือบเดือน ร่างกายจึงค่อยปรับตัวได้ หรือไม่ก็เป็นเพราะแมลงวันค่อยๆหายไป ตามวัฏจักรของมัน...

 

ทหารพม่าถูกยิง !

วันหนึ่งรวบรวมปูสดได้ประมาณ 400 ก.ก. หรือเป็นปูเค็มประมาณ 50 ปีบ บางวันก็ไม่ได้เลย เนื่องจากเป็นวันพระ คนงานหยุดจับปู บางวันมีเทศกาลก็หยุดอีก ผมเลยใช้เวลารวบรวมค่อนข้างนาน (ตอนนั้นไม่ทราบว่าปูเค็มมีวันหมดอายุ) มีอยู่วันหนึ่งลูกน้องมาตามให้ไปดูศพทหารที่เสียชีวิตถึง 4 นาย ผมวิ่งตามลูกน้องไปที่ท่าน้ำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร พบทหารพม่าจำนวนหนึ่งกำลังขนศพทหารบรรทุกบน "สกายแลป" ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ทหารออกลาดตระเวณแล้วปะทะกับชนกลุ่มน้อย บริเวณเกาะที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลังจากนั้นทหารพม่าก็ "ยืม" เรือลูกน้องจับปูออกตามล่าชนกลุ่มน้อยเหล่านั้น ไม่มีข่าวว่าทหารพม่าบรรลุภารกิจหรือไม่ ได้ยินแต่เสียงปืนที่อยู่ห่างออกไปเป็นระยะเวลาหลายวัน...

ผมได้พยายามสร้างสัมพันธภาพกับทหารพม่า เพื่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน และความมั่นคงทางธุรกิจ ผมได้มอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับหน่วยทหารบ้างตามสมควร บางครั้งสายสืบพม่าเข้ามาที่แพปู คุยกับผมไม่รู้เรื่อง แถมยังไม่ให้ล่ามแปลให้ด้วย ผมรู้สึกหวั่นไหวจากน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก แต่ในที่สุดสายสืบคนนั้นก็จากไป "จะไปรอดไหมเนี่ย ?" ผมคิดถึงปัญหาอุปสรรค มันมากมายเหลือเกิน ...

 

ปูเค็มจากทวายล็อตแรก

เรือจับปูนำไปใช้ในภารกิจของทหารนานประมาณ 2 สัปดาห์ ประกอบกับชาวบ้านเข้าร่วมงานศพตามประเพณี ทำให้การรวบรวมปูเค็มให้ได้ครบ 1 คันรถประมาณ 500 ปีบ เนิ่นนานออกไป จนปูเค็มเริ่มส่งกลิ่นเหม็น เกลือที่ใช้ดองนั้นจ้างเรือบรรทุกมาจากเมือง "มอละแม" หรือที่เราเรียกว่า "มะละแหม่ง" มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับในปัจจุบัน อาจเป็นอ่อนพรรษาในแวดวงการค้า เลยทำให้พ่อค้าชาวพม่าโขกราคาสูงเกินจริงไปมาก เมื่อรวบรวมได้ครบ 500 ปีบ ก็บรรทุกไปส่งยังเมืองทวาย ซึ่งจะต้องนำลงเรือมายังระนองอีกทอดหนึ่ง เมื่อปูเค็มเดินทางมาถึงตลาดสี่มุมเมือง ปรากฏว่าต้องทิ้งเกือบทั้งหมด เนื่องจากมีกลิ่นเน่า หรือหมดอายุนั่นเอง ..ผลคือขาดทุน ..

 

มาลาเรีย

ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าสาเหตุว่าทำไมปูเค็มถึงเน่าได้ คงเป็นเพราะใส่เกลือน้อยเกินไป.. ครั้งนี้ผมจึงเน้นให้ลูกน้องแพปูเติมเกลือให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผลก็คือเมื่อส่งปูเค็มล็อตต่อไป ก็ยังเน่าเหมือนเดิม ขาดทุน..มากขึ้น.. เงินทุนของแม่เริ่มร่อยหรอ..

เช้าวันหนึ่งเด็กน้อยอายุไม่เกิน 12 ปี ซึ่งผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนตาบวมเกือบปิดทั้ง 2 ข้าง หิ้วถุงตาข่ายใส่ปูสดมาส่งแพปู ผมสงสัยเลยสอบถาม ได้ความว่าออกจับปูเมื่อคืน และด้วยความไม่ประสา ตะเกียงแก๊สแบบที่ใช้แก๊สก้อนผสมน้ำ เพื่อให้เกิดก๊าซติดไฟ และจะมีควันมาก ควันอาจจะเข้าตา แต่เด็กน้อยก็อดทนหาปูจนถึงเช้า ผมสงสารจึงเช่า "สกายแลป" ไปส่งยังโรงพยาบาลในตัวเมือง "กาเบ๊า" แพทย์ที่นั่นพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วมาก อัธยาศัยดี ผมสังเกตเห็นโรงพยาบาลมีสภาพคล้ายกับ โรงพยาบาลตามชนบทเล็กๆของไทย มีพยาบาลสองสามคน คนไข้ไม่มากนัก เมื่อแพทย์จ่ายยาเรียบร้อยแล้ว ผมควักเงินจะจ่าย แพทย์คนนั้นบอกว่าไม่ต้องเสีย ! แต่หากอยากช่วยโรงพยาบาล ให้หยอดเงินใส่ตู้รับบริจาค ผมงงไปหมด .. เพราะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้.. ผมบริจาคเงินส่วนหนึ่งให้กับโรงพยาบาลตามสมควร..

เด็กๆ ที่นี่เรียนน้อยเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เด็ก 7 ใน 10 คนเป็นโรคขาดสารอาหาร พ่อแม่ส่วนใหญ่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมข้นหวาน ผมมองดูเด็กๆเหล่านั้นด้วยความเวทนา อยากช่วยแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ตัวเองยังย่ำแย่สถานการณ์ก็ไม่ค่อยดี.. มองไม่เห็นอนาคตเลย.. ทำได้แค่เพียงให้งานทำ แต่เด็กน้อยก็อ่อนแอเกินกว่า จะระมัดระวังตัวเองไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย..

คืนนั้นผมรู้สึกกระสับกระส่าย รู้สึกปวดหัว และเริ่มมีไข้ วันรุ่งขึ้นผมนอนซมอยู่ในมุ้ง ปวดเนื้อตัวไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปวดน่อง ผมนึกถึงโรคฉี่หนูขึ้นมาทันใด.. ห่มผ้าห่มก็แล้ว คลุมโปงก็แล้วก็ยังไม่หายหนาว พอสักพักก็ร้อนจนต้องถอดเสื้อเป็นอย่างนี้จนเกือบเที่ยง อาการร้อนๆ หนาวๆ อย่างนี้ผมคิดว่ามาลาเรียคงเล่นงานเข้าให้แล้ว.. ชาวบ้านเกือบทุกคน "ผ่าน" โรคนี้มาแล้วทั้งนั้น ผมคงดื่มน้ำ หรือไม่ก็ถูกยุงที่มีเชื้อมาลาเรียกัด ผมกำลังจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่.. ไม่ใช่หรอก ผมจะตายไม่ได้.. ครอบครัวยังรอผมอยู่ ลูกผมยังเล็ก และผมก็ปล่อยให้เมียรับภาระหนักอึ้งไว้คนเดียวไม่ได้..ผมให้ลูกน้องช่วยพยุง ออกจากที่นอน ผมตัดสินใจกลับเมืองไทย สั่งงานลูกน้อง "คนสองน้ำ" ให้รับงานต่อส่งปูเค็มที่เหลือให้หมด แล้วจัดการส่งเครื่องมืออุปกรณ์วัสดุเหลือใช้ทั้งหมดกลับไประนองด้วย..

ลูกน้องแพปูมองผมด้วยสายตาละห้อย.. หลายคนโบกมือลา.. บางคนร้องไห้ ผมเองก็น้ำตาซึม ผมยังจำวันที่ลูกน้องผมสอนภาษาพม่า ทั้งอ่าน พูด เขียน ฟัง ผมกำลังจะจากไปโดยไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกเมื่อไร สภาพของผมในตอนนั้นแย่มาก ผมขึ้นรถโดยสารประจำทางไปยังเมืองทวาย พอถึงทวายก็เย็นพอดี ผมแทบจะทนพิษไข้ไม่ไหว สลึมสลือ ลูกน้องพาผมไปคลินิค มีคนไข้ประมาณสัก 30 คนเห็นจะได้ แพทย์ที่คลินิกคงเห็นผมอาการไม่ดี เลยให้ผมนอนรอที่เตียง จากนั้นจึงมาฉีดยาให้ผมเข็มหนึ่ง ผมคิดว่าคงเป็นยารักษาโรคมาลาเรีย ปวดมากตรงบริเวณที่ฉีด.. คืนนั้นต้องนอนที่ทวาย เนื่องจากเครื่องบินที่ไปเกาะสองจะมาในวันรุ่งขึ้น ผมนอนค้างบ้านเพื่อนของลูกน้อง นอนทรมานมาก เนื่องจากต้องนอนเตียงเดียวกับเพื่อน แถมเตียงยังมีขนาดเล็กนิดเดียว ผมจึงนอนชิดมุ้งเพื่อให้เพื่อนนอนสบาย.. ผลคือผมถูกยุงกัดซ้ำซากบริเวณท่อนแขนทั้งแถบ นับไม่ถูกเลย เห็นเป็นผื่นแดงทั้งแขน .. น่าสมเพชตัวเองจริงๆ

วันรุ่งขึ้นผมมีอาการดีขึ้น นั่งเครื่องบินมาเกาะสอง แล้วต่อรถทัวร์เข้ากรุงเทพ ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่าตลอดเส้นทางระนอง-กรุงเทพ ประมาณ 9 ชั่วโมงนั้นผมไม่ได้หลับตาเลย ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะมีความปลาบปลื้ม ภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย.. เกิดในแผ่นดินไทย.. การกลับสู่มาตุภูมิครั้งนี้ ผมแทบจะก้มลงจูบแทบแผ่นดิน ดีใจบอกไม่ถูกเลยครับ พอถึงกรุงเทพผมรีบเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ปรากฏว่าแพทย์ไม่สามารถตรวจหาเชื้อได้ครับ งงมาก .. คงจะหลบใน... ได้ยินมาว่า โรคมาลาเรียนั้น หากกินอาหารบางอย่างเข้าไป จะตรวจหาเชื้อไม่พบ จริงเท็จประการใด.. ขอความรู้จากผู้รู้ด้วยครับ...

เลี้ยงกบ

 
นายร้อยสอยดาว ภาคพิสดาร

เพื่อนรุ่นบอกว่า "ไอ้กลดมันโดนซ่อมหนักที่สุดในรุ่น !" ...
ชีวิตนักเรียนเตรียมทหาร นักเรียนนายร้อย จปร. ในแต่ละชั้นปี มีรสชาด ความมันที่แตกต่างกัน และการเป็นนักกิจกรรม ทำให้มีเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริง การกลับมาช่วยวงดนตรีรวมดาวกระจุยแสดงในงาน Home การหนีโรงเรียนแบบยกชั้นเหลือเพียงเพื่อนคนเดียวที่ไปไม่ได้ทั้งที่อยากหนีไปกับเพื่อนแทบขาดใจ รับจ้างเพื่อนเขียนจดหมายรักปรากฏว่าแฟนเพื่อนบอกเลิก.. ภาคสนามจู่โจมที่หนีค่ายมาหาบ้านสาวคนรัก การหลบหลีกหนีครูฝึก แบบมาราธอนถึง 24 กิโลเมตรในคืนเดียว มวยสากลสมัครเล่น รอบแรกชนะน็อค รอบต่อมาแพ้แบบหมดรูป การพัฒนาโปรแกรมแปรอักษรเพื่อใช้ในกีฬาเหล่า การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แก้โจทย์การยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ที่อาจารย์มาเรียกตัวในห้องสอบเพื่อให้รับราชการเป็นอาจารย์ การออกค่ายอาสาเพื่อปฏิบัติการจิตวิทยามวลชนต่อชาวบ้านบริเวณรอบๆเขาชะโงก การเป็นพิธีกรงานดนตรีไทยอุดมศึกษาที่นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศประทับใจ คดีร้องทุกข์กล่าวโทษอันอื้อฉาว กลายเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วประเทศ คดีประวัติศาสตร์ที่กองทัพบกจะต้องจารึกไว้ ...
เรื่องจริงที่มันกว่านิยาย มากมายนัก ...เร็วๆ นี้...


 

***** ยินดีต้อนรับผู้ลงทุนสร้างเป็นภาพยนตร์ *****
เตรียมทหาร
  • วันแรก
  • สุภาพบุรุษรถเมล์
  • ดาวหางฮัลเลย์
  • ภาคสนามปราณบุรี

ชั้น 2

  • ขึ้นเหล่า
  • นักเรียนใหม่
  • จักรยานคนจน
  • ซ่อมทั้งคืน
  • พี่..พี่.. เที่ยวมั้ยพี่ !
  • จากราชดำเนินสู่เขาชะโงก
  • ภาคสนามปราจีนบุรี

ชั้น 3

  • ดนตรีไทย
  • ลูกทุ่ง จปร.
  • ออกมาเต้นๆ ออกมาเต้น..
  • ภาคสนามกระโดดร่ม
  • หนีโรงเรียน

ชั้น 4

  • แปรอักษร
  • จดหมายรักรับจ้าง
  • เหรียญทองแดง
  • ภาคสนามจู่โจม

ชั้น 5

  • หัวหน้ากองร้อย
  • ดนตรีไทยอุดมศึกษา
  • โปรแกรมเมอร์
  • ค่ายอาสา
  • เลือกเหล่า

นายทหาร

  • นายร้อยสอยดาว
  • รายงานตัว
  • ฝึกทหาร
  • หนุ่มผักกาดดอง สาวนาเกลือ
  • ศูนย์คอมพิวเตอร์ ทภ.3
  • Cobra Gold 93, 97
  • คดีประวัติศาสตร์
 
ดาวเต้น วงดนตรีลูกทุ่งรวมดาวกระจุย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สมัครเป็นนักร้อง แต่ไหงกลายเป็นดาวเต้นไปได้...เร็วๆ นี้...
 
ชีวิตวัยเด็ก
เด็กบ้านนอกเมืองสองแคว สู่รั้วชมพูฟ้า ...เร็วๆ นี้...
 
ความสามารถพิเศษ
  • พิธีกร
  • นักดนตรีไทย
  • นักคอมพิวเตอร์
    • Programming
    • Networking
    • Database Admin
 
หลักสูตรทางทหาร
  • พลร่ม
  • จู่โจม
  • ชั้นนายร้อย
  • ชั้นนายพัน

 

ติดต่อเรา
Web Mail

ปูเค็มออนไลน์ ( pookem.com )

ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล

แพใหม่พลาซ่า ถ.สะพานปลา
ต.บางริ้น อ.เมือง ระนอง
85000
โทร. 0-1207-8879
email : songklod@pookem.com